รีวิวศัลยกรรมเกาหลี กับ ร.พ.ดีเอ ของชะนีอยากสวย (ขากรรไกร โหนกแก้ม มินิวีไลน์ ฉีดไขมัน ดูดไขมัน จมูก ปาก ตา และหน้าอก)

Posted by on ม.ค. 21, 2017 in Beauty, Koreansurgery

00008922

 

ศัลยกรรมเกาหลี ปุ่น

เรื่องเล่า ประสบการ์ครบ 1 ปี ศัลยกรรมเกาหลี ของชะนีอยากสวย

- ขากรรไกร แบบ Smile 

- โหนกแก้ม แบบ Regid 

- Mini V-line

- Accu Sculpt เซอร์ดูดไขมันหน้าส่วนเกิน

- ฉีดไขมันส่วนที่พร่อง หน้าผาก ขมับ ใต้ตา ร่องแก้ม 

- ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

- แก้จมูกโดยใช้กระดูกอ่อนซี่โครงตนเอง   

- กรีดยกมุมปาก 

- แก้ตา 2 ชั้น เปิดหัวตา เปิดหางตา 

- เสริมหน้าอก

สวัสดีค่ะ ทุกคนตอนนี้กระแสการศัลยกรรมที่เกาหลีมาแรงมากๆ เราเองจึงอยากมาแชร์ประสบการณ์ของตัวเอง อีกหนึ่งมุม ในเชิงให้ข้อมูลที่เราได้ศึกษา และผ่านมาด้วยตนเอง 

ศัลยกรรมเกาหลี ปุ่น

ข้อมูลส่วนตัว : เราชื่อยิบปี้ (ขอแทนตัวเองว่ายิบนะคะ) 

อายุ 33 ปี สูง 165 cm.

เมื่อก่อนน้ำหนัก 52-54 kg. เป็นคนที่มีหน้าอก เอว สะโพกครบ  

แต่แล้วน้ำหนักก็ขึ้นไปถึง 69-70 kg. (เป็นช่วงที่ enjoy eating กินสะบั้นหั่นแหลกมาก) ลดสารพัดวิธี ภายใน 2 ปี น้ำหนักลงมาที่ 63-65 kg.

ก่อนที่เราจะมาทำศัลยกรรม นำ้หนักอยู่ที่ 63.8 kg.

 

เริ่มลดช่วงกลางเดือน ม.ค.2559 จนเหลือ 52 kg. น้ำหนักหายไป 11.8 kg. ภายในเวลา 5 สัปดาห์

แต่น้ำหนักที่ลดลงมาอย่างรวดเร็วก็ทำให้หน้าอกหายไปด้วย 

 

เคล็ดลับในการลดน้ำหนัก 

  • ออกกำลังกาย ทั้งเล่นโยคะ เวท คาร์ดิโอ 
  • ควบคุมอาหาร ทานน้ำพริกผักต้มวันละ 3 มื้อ 
  • ไม่ได้ทานยาลดน้ำหนัก ทุกชนิด !!! 

 

ตั้งใจในการลดน้ำหนักเพื่อให้ได้ผลผ่าตัดที่ดี

 

ยิบมีไขมันที่ใบหน้าค่อนข้างเยอะ การผ่าตัดกระดูกโครงหน้าจะช่วยแก้ไขโครงสร้างของใบหน้าจากภายใน การผ่าตัดกระดูกโครงหน้าที่ดีนั้น ไม่จำเป็นจะต้องตัดกระดูกออกปริมาณมาก แต่จะต้องจัดวางตำแหน่ง ของกระดูกโครงหน้าแต่ละส่วนให้ได้สมมาตรมากที่สุด  
 
การผ่าตัดกระดูกโครงหน้า ไม่ว่าจะเป็น ขากรรไกร โหนกแก้ม วีไลน์(กราม,คาง) ไม่ใช่ว่าหน้าจะเล็กลงเลย เพราะถัดจากกระดูกโครงหน้ายังมี กล้ามเนื้อ ไขมัน และผิวหนังภายนอกเป็นส่วนประกอบด้วย 
 
การปรับโครงสร้างใบหน้าเหมือนการวางเสาเข็มในการสร้างบ้าน เมื่อหลักของเราดีและแข็งแรงพอแล้ว ก็มาตกแต่งส่วนอื่นๆต่อได้ง่าย และเป็นไปตามขั้นตอน 
 
เคยเป็นไหม ทำไมหน้าดุ บางคนไปพิจารณาที่จมูก ตา แต่มองข้ามพื้นฐานคือโครงหน้า คนมีโหนกแก้มใหญ่ และบาน ก็มีส่วนที่ทำให้หน้าดุ 
 
การตัดกระดูกโครงหน้าที่ดี ต้องสามารถแก้ไข ปรับปรุงจุดบกพร่องให้ดีขึ้น และได้สัดส่วนสมมาตร โดยพิจารณาจาก โครงสร้างใบหน้าโดยรวมทั้งหมด แต่ละคนก็มีข้อจำกัดแตกต่างกัน ทั้งโครงสร้างเดิม อายุ และสุขภาพของร่างกาย  
 
การดูดไขมันที่ใบหน้า ตามเหนียง และกรอบหน้า (ช่วง เส้นกราม ถึงคาง) บางคนไมาสามารถดูดออกได้หมด ภายในครั้งเดียว และหาดดูดออกมากเกินไป อาจจะทำให้ผิวขรุขระ ที่เราเรียกว่าผิวเปลือกส้ม ดังนั้นเราจึงลดน้ำหนัก เพื่อโครงหน้าที่ชัดขึ้น หน้าสวยต้องมาพร้อมหุ่นที่ดี สุขภาพที่ดี 
 
2

 

ประวัติการศัลยกรรม 

- ทำตา 1 ครั้ง ปี 2013

- ทำจมูก 1 ครั้ง ปี 2004 

- ฉีดซิลิโคนเหลวที่คาง 1 ครั้ง (โดนหลอกว่าเป็น filler) ปี 2003 

 

ปัญหาคาใจ เวลายิ้มจะเห็นทั้งเหงือก หน้าเบี้ยวๆ บวมๆ เหมือนคนฉีดสารแปลกปลอมทั้งหน้า (ยิบฉีดที่คางที่เดียว) แก้มเยอะมาก คางเวลาจับจะเป็นก้อนๆ ตอนที่อ้วนๆ ก็ดูไม่ค่อยออก พอน้ำหนักลด จะเห็นได้ชัดมาก ยิบอยากมีใบหน้าที่ดูซอฟลง หวานปนเซ็กซี่ และดูเด็กลง สิ่งสำคัญเลยคืออยากมียิ้มสวยๆ 

 

ยิบก็เริ่มหาข้อมูล ตั้งแต่ข้อมูลทางเนต เวปไซส์ บล็อค ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ  จากเพื่อน ต่างชาติ จากคนที่เคยทำมาก่อน และ คนที่อยู่ในวงการศัยกรรมที่ไทยและเกาหลี 

 

ยิบสนใจผลงานของ ดร. ลี ซัง วู ผู้บริหารโรงพยาบาลศัลยกรรมดีเอ ท่านเป็น ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกระดูกโครงหน้า 

มาดูประวัติคร่าวๆ ของคุณหมอกัน 

 

4

 

- ผ่าตัดเร็ว แม่นยำ คนไข้เสียเลือดน้อย ฟื้นตัวไว แผลหายไว 

- เป็นคนคิดค้นวิธีการผ่าตัดโหนกแก้ม Regid 

- เป็นคนคิดค้นการผ่าตัดขากรรไกรแบบ Smile 

- เป็นคนคิดค้นการผ่าตัดแก้ไข เคสที่เคยผ่าตัดผิดพลาด กรณีที่โหนกแก้มไม่ต่อกัน โดยนำกระดูกส่วนศรีษะมาต่อให้โหนกแก้มติดกัน

- ผลงานวิทยานิพนธ์ต่างๆ ของคุณหมอถูกนำออกไปตีพิมพ์เป็นหนังสือที่แพทย์ทั่วโลกใช้ศึกษา

- ได้รับรางวัล medical asia 2015 โครงหน้ายอดเยี่ยม และอีกหลายรางวัล 

 

คุณหมอลี ซัง วู เข้าร่วมรายการ make over อีกหลายรายการ เช่น 

 

- ช่อง TV chosun "beautiful you"

- ช่อง JTBC "white swan"

- ช่อง TVN " martian virus" 화성인 바이러스

- ช่องTVN "Let me in"

- ช่อง SBS "curious story Y"

- ช่องTV chosun "news7"

- ช่องKBS "여유만만"

- ช่องSBS "SBS special"

- ช่องMBC "Nice day" 기분좋은날

- ช่องMBC "MBC special"

- ช่องJTBC "happy cafe"

 

และรายการอื่นๆ รวมถึงเข้าร่วมองค์กรการกุศลทางการแพทย์ ผ่าตัดช่วยเหลือผู้มีความพิการทางใบหน้าโดยกำเนิด เช่นปากแหว่งเพดานโหว่  

 

ช่วงเดือน ก.พ. ทางโรงพยาบาลมาจัดงานให้คำปรึกษาที่กรุงเทพพอดี ยิบเลยมีโอกาสได้เข้าไปพบคุณหมอที่นั่น  

 

ตอนที่เข้ารับคำปรึกษาเบื้องต้นกับคุณหมอในงานปรึกษาที่ไทย คุณหมอแนะนำให้ยิบตัดลดขนาดโหนกแก้ม เพราะโหนกแก้มด้านข้างสูงต่ำไม่เท่ากัน และเลื่อนกระดูกคางที่หลบ ให้ออกมาด้านหน้า ใช้เลเซอร์สลายไขมันช่วงกรอบหน้า เหนียง ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม และฉีดไขมันที่หน้าผาก ขมับ ร่องแก้ม เพื่อให้หน้าดูมีวอลลุ่ม 

 

ส่วนการผ่าตัดขากรรไกรคุณหมอบอกว่า ยิบไม่ได้มีปัญหาถึงขั้นจำเป็นจะต้องทำ ปากบนไม่ได้ยื่นออกมามาก ฟันก็สบกันไม่ได้มีปัญหาเรื่องการบดเคี้ยวอาหาร จึงไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นจะต้องทำ แต่ถ้าต้องการแก้ไขการยิ้มเห็นเหงือก ก็ต้องทำขากรรไกร แก้ไขช่วงเหงือก เลื่อนขากรรไกรบนเข้าไป และเลื่อนขากรรไกรล่างออกมา หลังจากผ่าตัดต้องจัดฟันต่อ อย่างน้อย 6-12 เดือน  การผ่าตัดขากรรไกรเป็นการผ่าตัดใหญ่ ให้ลองกลับไปคิดดูอีกที อีกทั้งค่าผ่าตัดค่อนข้างสูง พักฟื้นจะลำบากกว่าการผ่าตัดกระดูกโครงหน้าส่วนอื่น แต่การให้คำปรึกษาครั้งนี้เป็นการให้คำปรึกษาเบื้องต้นเท่านั้น เมื่อเราไปที่เกาหลี จะได้ทำ CT Scan และวินิจฉัยอีกที ว่าเราควรจะผ่าตัดวิธีไหน 

 

แน่นอนว่าค่าผ่าตัดที่เกาหลีย่อมสูงกว่าบ้านเรา เพราะค่าครองชีพสูง ค่าแรงขั้นต่ำของเกาหลี วันละประมาณ 50,000 วอน หรือราวๆ 1,500 บาท ในขณะที่เมืองไทยค่าแรงขั้นต่ำ ประมาณ 300 บาท 

แต่ค่าครองชีพเกาหลีค่อนข้างสูง อาหารจานเดียวตามร้านเล็กๆในโซล จานละ 5,000 วอน ประมาณ 150 บาท 

 

 

การติดต่อกับทางคลีนิคหรือโรงพยาบาล

 

คลีนิคหรือโรงพยาบาลที่มีคนไทยไปใช้บริการเยอะ ก็จะมีล่าม หรือแผนกภาษาไทยไว้บริการ

บางแห่งจะมีบริการ รถ รับ-ส่งที่สนามบินด้วย ในส่วนนี้เพื่อนๆต้องลองเปรียบเทียบดูบริการและตัดสินใจอีกที ว่าติดต่อเอง หรือ ผ่านเอเจนซี่แบบไหนสะดวกกว่ากัน เอเจนซี่มีทั้งมีใบอนุญาติแบบถูกกฎหมาย หรือแบบเอเจนซี่ส่วนตัว (ส่งผ่านบริษัทอื่นอีกที) 

 

ยิบจะเลือกโรงพยาบาลและหมอก่อนเป็นอันดับแรก โดยพิจารณาในเรื่องความปลอดภัยและประสบการณ์ของหมอ แล้วค่อยมาดูเรื่องอื่นๆประกอบการตัดสินใจ 

 

ความปลอดภัย ตรงนี้สำคัญที่สุด ไม่ใช่แค่ความปลอดภัยในห้องผ่าตัดเท่านั้น 

ยิบให้ความสำคัญตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนเข้าผ่าตัด หลายคนมองเพียงว่า มีวิสัญญีแพทย์ตอนผ่าตัด ดมยาสลบหรือไม่แล้วจบ 

 

คลีนิคหรือโรงพยาบาลศัลยกรรมในเกาหลี ส่วนใหญ่ หากเป็นเคสที่ต้องวางยาสลบ คุณจะต้องไปตรวจร่างกายที่อื่น ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจสุขภาพ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และปอด ก่อนที่จะเข้ารับการผ่าตัด       

 

ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ค่อนข้างสูง ทั้งอุปกรณ์ เครื่องมือทางการแพทย์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญประจำแผนก จึงมีคลีนิคและโรงพยาบาลไม่กี่แห่ง ที่มีไว้ห้บริการกับคนไข้  แต่โรงพยาบาลที่ยิบเลือกมีครบ 

 

ก่อนวันผ่าตัด ทางโรงพยาบาลจะทำนัดให้เราได้พบคุณหมอก่อน เพื่อที่จะวินิจฉัยเพื่อหาแนวทางการผ่าตัดอีกครั้ง เราจะเรียกว่า “วันปรึกษา” นะคะ  

 

การไปทำศัลยกรรมที่เกาหลี 

ก่อนอื่นจะต้องมีคำตอบให้กับตัวเองก่อน ว่าอยากทำอะไร ส่วนไหนบ้าง ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน สามารถส่งรูปไปสอบถามเบื้องต้นกับทาง คลีนิค โรงพยาบาลหรือ เอเจนซี่ก็ได้ แต่เราควรจะศึกษาข้อมูลหลายๆ ทาง เพื่อประกอบการตัดสินใจอีกที ประสบการณ์จากบุคคลที่เราสอบถามเองก็สำคัญ  

 

 

5

 

รูปที่ส่งไปสอบถามควรจะเป็นรูปถ่ายแบบไม่แต่งหน้า รวบผมขึ้นอย่างชัดเจน ถ่ายทั้งรูปหน้าตรง ด้านข้าง 45 องศา เอาเป็นว่าให้ใกล้เคียงตัวจริงเรามากที่สุด อย่าอาย 

 

ยิบเอารูปตัวอย่างที่มีเปรียบเทียบทั้งก่อนทำและหลังทำมาให้ดูว่า การที่เราต้องส่งรูปหลายๆมุมอย่างชัดเจน เพื่อที่ทางโรงพยาบาลจะสามารถประเมินใบหน้าเราได้ถูกต้อง นางแบบคนนี้เป็นนางแบบของโรงพยาบาลที่ยิบชื่นชอบค่ะ เป็นนางแบบชาวฮ่องกง

 

 

ไปศัลยกรรมที่เกาหลีช่วงไหนดี?

 

หลายๆคนยังคงถกเถียงกันอยู่ว่าไปศัลยกรรมเกาหลีช่วงฤดูไหนจึงจะดีที่สุด บ้างก็ว่าหนาว บ้างก็ว่าร้อน 

ไม่ต้องเถียงกัน ให้เลือกเอาช่วงที่สุขภาพคุณแข็งแรง มีเวลาพักฟื้นที่เกาหลี รอจนตัดไหมจนครบ และมีเงิน 

 

โดยทั่วไป 2-3 วันแรกหลังจากผ่าตัด หมอจะให้ประคบเย็นเหมือนเป็นการให้ยาชาเฉพาะที่ เพื่อทำให้เส้นเลือดหดตัว ช่วยให้เลือดหยุดไหล ช่วยลดอาการอักเสบหรือบวม  หลังจากนั้น ค่อยมาประคบอุ่น เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ลดรอยฟกช้ำต่างๆ ไล่เลือดที่คั่งค้างออก 

นั่นหมายความว่า ช่วง 2-3 วันแรกเราต้องคอยประคบเย็น หลังจากนั้นจึงประคบอุ่น 

  • ถ้ามาช่วงที่ร้อน 2-3 วันแรก ไม่สะดวกที่จะออกไปข้างนอก ต้องอยู่แต่ที่พัก หลังจากนั้น เมื่อออกข้างนอก ต้องคอยระวังแสงแดด โดยเฉพาะบริเวณที่มีรอยช้ำ จะไวต่อแสง สีผิวส่วนนั้นอาจจะคล้ำกว่าปกติ 
  • หากมาช่วงหน้าหนาว เดินสบายในช่วงวันแรกๆ ไม่ต้องประคบ แต่พอเข้าวันที่ 3-4 ควรจะอยู่ที่พักเพื่อประคบอุ่น ช่วงที่หนาวมาก เดินเที่ยวก็อาจจะลำบาก 
  • ช่วงอากาศ เย็นสบาย ไม่หนาวหรือร้อนเกินไป ช่วงนี้ยิบคิดว่า จะเป็นช่วงที่เราออกมาเดินเที่ยวเล่นได้คุ้มที่สุด เวลาในแต่ละวันจะผ่านไปเร็วมากถ้าเราอยู่แต่ห้องอาจจะหมกมุ่นและกังวลเกี่ยวกับอาการบวมหลังผ่าตัดมากเกินไป จนจิตตก ถ้าหากสามารถเลือกเวลาได้ ยิบแนะนำช่วง เมษา ฤดูใบไม้ผลิ และซากุระบาน เพราะอุณหภูมิประมาณ สิบกว่า องศาขึ้น มาช่วงนี้แต่งตัวใส่เล็กกิ้งบางๆ แจ๊คเก็ต ถ่ายรูปกำลังสวย ไม่เป็นหมีเหมือนช่วงหน้าหนาว หรือเดือน ตุลา อากาศพอๆกัน จะเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสี                                                              

 

สภาพอากาศที่เกาหลี แบ่งเป็น 4 ฤดู 

  • ใบไม้ผลิ มี.ค – พ.ค. อุณหภูมิเฉลี่ยที่ 6-16 องศา ช่วงนี้อากาศเย็นสบาย เหมาะกับการเดินเที่ยว ในช่วงที่พักฟื้น
  • ฤดูร้อน มิ.ย. – ส.ค. อุณหภูมิ 22- 38 องศา (ช่วงนี้เป็นช่วง Hight season ของการศัลยกรรมที่เกาหลี เพราะ ปิดภาคเรียน คนเกาหลีจะนิยมทำศัลยกรรมในช่วงนี้) ใครจะมาทำช่วงนี้ต้องจองคิวเนิ่นๆ แดดช่วงนี้จะแรง แต่กิจกรรมช่วงหน้าร้อนของคนเกาหลีจะเยอะ ว่ายน้ำ วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือ นั่งเล่นริมแม่น้ำฮัน  
  • ใบไม้ร่วง ก.ย. – พ.ย. อุณหภูมิ 5-25 องศา ช่วงนี้อากาศดี เหมาะกับการเดินเที่ยวในช่วงพักฟื้นเช่นเดียวกับช่วงใบไม้ผลิ 
  • ฤดูหนาว ธ.ค. – ก.พ.  5 ถึง – 20 องศา หากใครคิดว่าจะมาช่วงนี้ จะได้ไปเล่นสกี หยุดความคิดนั้นเดี๋ยวนี้ เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ เพราะคุณมาผ่าตัด หากเป็นช่วงที่มีหิมะ ให้ระวังถนนลื่น อาจจะหกล้มได้

 

ขั้นตอนการไปทำศัลยกรรมที่เกาหลี 

 

1. จองคิว เลือกวันที่ต้องการเข้าปรึกษา และ ผ่าตัด เพื่อจะเช็คคิวว่าคุณหมอสะดวกตรงกันกับเราหรือไม่ จะจองเองโดยตรงหรือผ่านเอเจนซี่แล้วแต่ อย่างเพิ่งจองตั๋วหรือที่พักถ้าหากยังไม่ได้ทำการคอนเฟริ์มคิว เมื่อได้วันที่ต้องการแล้ว ตามทั่วไป ทาง ร.พ. หรือเอเจนซี่จะให้เรา โอนเงินเพื่อมัดจำคิว จำนวนเงินแล้วแต่จะตกลงกัน (ในส่วนนี้ ให้สอบถามทางเอเจนซี่หรือ รพ ก่อนว่า ถ้าหากไปแล้วไม่ได้ทำ จะคืนเงินให้เต็มจำนวน หรือหักค่าใช้จ่ายส่วนไหนบ้าง หรือถ้าตกลงทำ จะนำไปหักลดค่าผ่าตัดด้วยหรือไม่) ส่วนยิบ ให้ทางเอเจนซี่ดำเนินการให้เลยค่ะ เงินมัดจำหากยิบไปปรึกษาแล้วไม่ผ่าตัด ทางโรงพยาบาลคืนเงินให้ค่ะ 

 

2. จองตั๋ว หรือ ที่พัก คำนวนระยะเวลาที่จะอยู่เกาหลีให้ดี เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาเลื่อนตั๋ว หรือที่พักทีหลัง บาง รพ หรือเอเจนซี่ จะช่วยจอง บางที่ก็มีที่พักบริการด้วย อาจจะอยู่รวมเป็นเกสเฮาท์ หรืออย่างไรก็ลองสอบถามดู แต่ถ้าชอบเป็นส่วนตัวหน่อย ไม่กลัวเหงา หรือมีญาติๆมาด้วย แนะนำให้แยกออกไปพักต่างหาก ไม่จำเป็นต้องอยู่ติดกับ รพ เสมอไป เพราะบางคลีนิค หรือ รพ รอบๆ ไม่ค่อยมีอะไรเลย ให้เลือกเอาสิ่งอำนวยความสะดวก อาหารการกิน การเดินทาง รอบๆ เป็นหลัก เพราะ เราต้องเดินทางไป รพ เพียงไม่กี่ครั้ง (วันปรึกษา ,วันผ่าตัด , เช็คอัพหลังผ่าตัดอีก 2-3 ครั้ง ) แต่ก็ไม่ใช่อยู่ไกลจากโรงพยาบาลเกินไป ให้เดินทางสะดวก ใช้เวลาไม่นาน คลีนิค หรือ รพ ศัลยกรรมส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ที่เขตกังนัม แต่ แต่ละที่จะอยู่ใกล้อะไรสถานีอะไรบ้าง ลองหาข้อมูลอีกที เพราะโซลมีคลีนิค รพ ประมาณพันกว่าแห่ง 

- จำเป็นจะต้องจองเฉพาะสายการบินหลักๆ ราคาสูงๆ เพื่อจะได้ผ่าน ต.ม.ง่ายๆหรือไม่ ?
ตอบ :ไม่จำเป็นค่ะ เพราะเรามีตั๋วขากลับ มีที่พัก มีเอกสารยืนยันจากทางโรงพยาบาล หากมีปัญหาให้โทรหาเอเจนซี่หรือโรงพยาบาลที่เราติดต่อ เค้าจะเช็คกันเอง หากเรามาทำศัลยกรรมจริง ไม่ต้องไปกังวลในจุดนี้ สบายใจได้ค่ะ และไม่เกี่ยวกับไฟล์ทของสายการบินนะคะ หาก ต.ม. จะเรียก 

 

3. เอกสารรับรอง จากโรงพยาบาล หลังจากที่เราวางมัดจำเงินแล้ว จองตั๋ว และที่พักเรียบร้อยแล้ว ทางโรงพยาบาลจะส่งเอกสารรับรองไปทาง e-mail หรือผ่านทางเอเจนซี่ เพื่อที่จะให้เอาไว้แสดงกับ ตม ขาเข้า (บางกรณีเจ้าหน้าที่อาจจะเรียกดูเอกสาร) เพื่อแสดงว่า เราได้เดินทางมาทำศัลยกรรมจริง ไม่ไดหลบหนีเข้าเมืองมาค้าแรงงาน 

 

4. เตรียมเงินชำระค่าผ่าตัด หลายๆ โรงพยาบาลรับบัตรเครดิต บัตรเดิบิต และเงินสด (ในกรณีที่นำเงินสดติดตัวไปเกิน 10,000 usd หรือราวๆ 300,000 บาท เราจะต้องแจ้ง declare ที่สนาบินก่อน ตั้งแต่ต้นทาง (ประเทศที่เดินทางออก) และปลายทาง (เกาหลี) 

ค่าผ่าตัดต้องจ่ายเป็นสกุลเงิน USD หรือ KRW เท่านั้นนะคะ บางที่รับเฉพาะ KRW สอบถามให้เรียบร้อยก่อนที่จะแลกไป 

 

5.จากสนามบินไปที่พัก เมื่อเดินทางไปถึงที่สนามบิน บางที่จะมีบริการ รถ รับ-ส่ง ให้ด้วย 

หากไม่มี สามารถใช้บริการรถไฟใต้ดิน มีทั้งแบบด่วน Express ประมาณ 8,000 วอน ราวๆ 240 บาท แต่จะไปจอดสถานีที่ Seoul Station หากเราจะไปกังนัม ต้องไปต่อขบวนอื่น และ แบบปกติ ราคาถูกกว่าประมาณครึ่งนึง  หรือจะใช้บริการ Airport Limousine Bus ลงที่ Gangnam ให้นั่งเบอร์ 6009 ค่าโดยสารประมาณ 14,000 วอน ราวๆ 420 บาท หากเป็น taxi จะเป็นแบบเหมา มีเจ้าหน้าที่ยืนจัดคิวและมีตารางราคาบอกชัดเจน หากไปกังนัมราคา ประมาณ 70,000 won ราวๆ 2,100 บาท 

ใช้เวลาเดินทาง 1-2 ช.ม. 

 

6.วันปรึกษา   เราควรได้พบกับหมอที่จะทำการผ่าตัดให้เรา เพื่อที่หมอจะได้ทราบความต้องการของคนไข้  สามารถให้คำปรึกษา แนะนำแนวทางวิธีการผ่าตัดให้คนไข้ทราบอย่างชัดเจน (แนะนำว่า ไม่ควรปรึกษาและผ่าตัดวันเดียวกัน เพราะจะได้มีเวลาเตรียมตัว และ จะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่)

 

7.พักฟื้นที่เกาหลี ช่วงนี้ ทาง รพ จะนัดเราเข้าไปเช็คอัพ ติดตามอาการ ล้างแผล ตัดไหม 2-3 ครั้งแล้วแต่อาการ ช่วงระหว่างนี้เราสามารถเดินเที่ยวเล่นได้ ห้ามนั่งๆนอนๆ เป็นผักเหี่ยวเด็ดขาดจะทำให้ยุบบวมช้า 

 

8.เดินทางกลับ (ควรเดินทางกลับหลังจากตัดไหมครั้งสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว) หากขากลับใครกังวลว่าหน้าจะไม่ตรงกับ passport ก็ขอเอกสารรับรองจาก รพ ว่าเราได้เดินทางมาทำศัลยกรรมจริง เพื่อที่จะแสดงต่อ จนท. ต.ม. ขา ออก และอย่าลืมว่า เกาหลีออกกฎหมาย คืนภาษี แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาทำศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลีตั้งแต่เดือนเมษา ปีที่แล้ว หลังจากชำระค่าผ่าตัด และผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว ทาง ร.พ. จะออกใบ tax free เพื่อที่จะให้เรานำมาขอ tax refund ขอเงินคืนที่สนามบิน 5-10% แล้วแต่มูลค่าค่าผ่าตัด และตอนรับเงินคืนจริง จะมีหักค่าธรรมเนียมนิดหน่อยเราจะได้ไม่เต็มจำนวน แต่หักไม่เยอะ 

 
วางแผนการผ่าตัด  ทางเอเจนซี่และทางโรงพยาบาลแพลนการผ่าตัดของยิบออกเป็น 3 ช่วงค่ะ โดยลำดับตามความสำคัญ ก่อน – หลัง 
 
 Part 1 เดือน ก.พ. จะเป็นในส่วนของการปรับโครงสร้างของใบหน้าและรูปหน้าก่อนค่ะ ในส่วนนี้คือพื้นฐานสำคัญ
  • ขากรรไกร
  • ตัดโหนกแก้ม
  • Mini V-line 
  • Accu Sculpt ดูดไขมันเหนียง กรอบหน้า
  • ฉีดไขมัน +PRP หน้าผาก ใต้ตา ร่องแก้ม 
  • ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม 

Part 2 เดือน มิ.ย. 

  • ทำจมูก
  • ฉีดไขมัน +PRP ครั้งที่ 2 
  • เสริมหน้าอก 

Part 3 เดือน ต.ค. 

  • ตา
  • ปาก 

ยิปจะรีวิว วิธีผ่าตัด ข้อควรระวังหลังผ่าตัด อาการต่างๆ แยกเป็นแต่ Part  ไปนะคะ จะได้เข้าใจกันง่ายค่ะ 

___ พรุ่งนี้มาต่อค่ะ 

แสดงความคิดเห็น

Comment